ดร.โสมรัศมิ์ จันทรัตน์ ร่วมบรรยายในหัวข้อ “กับดักหนี้ และการแก้ไขหนี้เกษตรกรอย่างยั่งยืน”
เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 ดร.โสมรัศมิ์ จันทรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ ได้รับเกียรติเป็นวิทยากรบรรยายในงานสัมมนา Reshape Strategy: BAAC Agri-Reform ซึ่งจัดโดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) ในหัวข้อ “กับดักหนี้ และการแก้ไขหนี้เกษตรกรอย่างยั่งยืน”
งานสัมมนาครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญที่ ดร.โสมรัศมิ์ และทีมงานได้นำผลวิจัยจากโครงการวิจัยเพื่อแก้ไขหนี้เกษตรกรที่ร่วมมือกับ ธ.ก.ส. มายาวนานกว่า 3 ปี มาสรุปเป็นข้อเสนอแนะต่อผู้บริหารระดับสูง เพื่อใช้เป็นแนวทางสำคัญในการวางแผนงานของธนาคารใน 5 ปีข้างหน้า
โครงการวิจัยนี้มุ่งศึกษาแนวทางเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรอย่างรอบด้าน โดยเริ่มจากการยกระดับฐานข้อมูลเชิงลึกเพื่อจำแนกประเภทปัญหาและพฤติกรรมทางการเงินของเกษตรกร นำไปสู่การออกแบบแนวทางการปรับโครงสร้างหนี้เดิมที่มีประสิทธิภาพและสร้างแรงจูงใจในการชำระหนี้ ควบคู่ไปกับการพัฒนารูปแบบการให้สินเชื่อใหม่ที่สอดคล้องกับศักยภาพและความเสี่ยงที่แท้จริง นอกจากนี้ ยังครอบคลุมถึงการออกแบบมาตรการภาครัฐที่เน้นผลสัมฤทธิ์ในระยะยาว ตลอดจนการเสริมสร้างศักยภาพในการสร้างรายได้และภูมิคุ้มกันทางการเงิน
ดร.โสมรัศมิ์ ได้สรุปข้อค้นพบและแนวทางการแก้หนี้เกษตรกรอย่างยั่งยืนไว้ 4 ประเด็นสำคัญดังนี้
ก้าวข้ามนิยามหนี้เสีย สู่การแก้ปัญหาหนี้เรื้อรังในวงกว้าง
การแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรไม่ควรมองเฉพาะกลุ่มหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) เท่านั้น เนื่องจากยังมีเกษตรกรอีกกว่า 50% ที่ยังชำระหนี้อยู่ แต่เป็นการชำระเพียงดอกเบี้ย ซึ่งมีแนวโน้มที่จะไม่สามารถปิดจบหนี้ได้ ส่งผลให้เกษตรกรกลุ่มนี้มีความเสี่ยงสูงที่จะติดอยู่ใน “กับดักหนี้” ซึ่งถือเป็นต้นทุนแฝงที่ฉุดรั้งการพัฒนาภาคเกษตรและสร้างภาระทางการคลังระยะยาว การแก้ปัญหาที่ยั่งยืนจึงต้องให้ความสำคัญกับการเร่งช่วยเหลือกลุ่มที่ยังจ่ายไหวแต่ปิดหนี้ไม่ลงนี้มาตรการแก้หนี้ต้องตรงจุด และสร้างแรงจูงใจ
ลูกหนี้เกษตรกรมีความหลากหลายสูง โดยเฉพาะกลุ่มที่ปิดหนี้ไม่ได้กว่า 30% ยังมีศักยภาพที่จะชำระหนี้ได้มากขึ้นหากได้รับแรงจูงใจ การสร้างวินัยทางการเงิน และกระบวนการชำระหนี้ที่สะดวกขึ้น การแก้หนี้จึงควรต้องเร่งนำเทคโนโลยีมาวิเคราะห์ศักยภาพที่แท้จริง เพื่อปรับโครงสร้างหนี้และช่วยลดภาระหนี้ให้สอดคล้องกับศักยภาพของเกษตรกร รวมทั้งมีเงื่อนไขให้ลูกหนี้ต้องยังชำระหนี้ต่อ ควบคู่ไปกับการสร้างกลไกกระตุ้นวินัยทางการเงินและเชื่อมโยงกับการสร้างรายได้อย่างเป็นระบบ โดยผลการทดลองร่วมกับ ธ.ก.ส. พบว่าการลงพื้นที่รับชำระหนี้อย่างสม่ำเสมอ ช่วยให้เกษตรกร 30% ชำระหนี้ได้บ่อยและรวดเร็วขึ้น ขณะที่มาตรการสร้างแรงจูงใจด้วยสิทธิลุ้นรางวัล (ชำระดีมีโชค) มีส่วนช่วยให้ยอดชำระหนี้สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม 'การปรับโครงสร้างหนี้เพื่อให้ชำระถึงเงินต้นได้' ถือเป็นกระดุมเม็ดแรกที่สำคัญที่สุดในการสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรเริ่มต้นชำระหนี้และมีโอกาสปิดจบหนี้ได้จริงการแก้หนี้ต้องอาศัยความร่วมมือและการทำงานร่วมกันระหว่าง ภาครัฐ ธ.ก.ส. และลูกหนี้
โดยรัฐควรสนับสนุนงบประมาณเพื่อปรับโครงสร้างหนี้และลดภาระหนี้ในกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากว่าการแบกรับต้นทุนความเสียหายเรื้อรังในระยะยาว ขณะที่ ธ.ก.ส. ควรมีบทบาทเชิงรุกในการสื่อสารมาตรการ สร้างแรงจูงใจและวินัยในการชำระ และปรับโครงสร้างหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้ง ในฝั่งลูกหนี้ ต้องพยายามปรับตัวและพัฒนาศักยภาพเพื่อให้จ่ายชำระได้ และทุกฝ่ายต้องมีเป้าหมายร่วมกันในการสร้างรายได้และเสริมศักยภาพ เพื่อเป็นกลไกสำคัญที่จะรับประกันว่าเกษตรกรจะสามารถหลุดพ้นจากวงจรหนี้ได้อย่างยั่งยืนมุ่งใช้สินเชื่อใหม่เป็นกลไกนำการปรับโครงสร้างภาคเกษตรไทย
โดยมุ่งเน้นการประเมินศักยภาพและความเสี่ยงที่แท้จริงของเกษตรกรรายพื้นที่ ควบคู่กับการออกแบบผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่สนับสนุนการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มผลิตภาพและขีดความสามารถในการแข่งขัน นอกจากนี้ ควรผลักดันการใช้ระบบประกันพืชผลมาเป็นเครื่องมือหลักในการคุ้มครองความเสี่ยงแทนการพักหนี้ซ้ำซาก เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินที่เข้มแข็งและรักษาวินัยในการชำระหนี้ของเกษตรกรได้อย่างยั่งยืน







